Translate

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

องค์ความรู้กระบวนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง : สพจ.พิษณุโลก





1.การพัฒนาศักยภาพผู้นำ
               1.1 สร้างความสัมพันธ์โดยเฉพาะไม่เป็นทางการ เช่น
                   1)หลังการประชุม – อบรม  ต้องจัดแจงเวลาให้สามารถพูดคุย หารือเรื่องต่าง ๆ กับแกนนำต่อเพื่อสร้างความรู้สึกดี ๆ  สู่ศรัทธาของผู้นำ
                   2)กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ต้องพบผู้นำให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในพื้นที่เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ติดตามงาน ให้คำปรึกษา ต่าง ๆ
               1.2 ฝึกพูดที่สาธารณะ ผู้นำบางคนเป็นผู้เข้าร่วมกิจกรรมใหม่ ๆ แต่มีความพร้อมในการร่วมกิจกรรมเพื่อส่วนรวม อาจไม่เคยพูดผ่านไมค์โครโฟน  พัฒนากรต้องฝึก โดยครั้งแรกให้ฝึกแนะนำตัวเอง ในที่ประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน จากนั้นค่อยๆ จัดสถานการณ์/โอกาสให้พูดในเรื่องที่เขาถนัด ทำอยู่แล้ว ฝึกบ่อย ๆ  และที่สำคัญต้องคอยติดชม ให้คำแนะนำเพื่อให้สามารถผ่านไปได้ดี
              
2.การสร้างความรู้ความเข้าใจ
      2.1 ประชุมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในหมู่บ้านอย่างน้อยครัวเรือนละ 1 คน อธิบายถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อคนในชุมชน  และการดำเนินโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทางกรมฯ การได้รับการพัฒนาและสนับสนุนงบประมาณการฝึกอบรมต่าง ๆ สุดท้ายการวัดความสุขที่เพิ่มขึ้น
       หลักการสำคัญในการทำความเข้าใจทั้ง 2 ครั้ง คือการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้าใจว่า      “ หากร่วมดำเนินกิจกรรมดังกล่าว  เขาจะได้อะไร  และ หากเขาไม่ร่วมโครงการ เขาจะต้องเสียอะไร              “สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่อ ๆ มาเป็นอย่างยิ่ง
               2.2 การสร้างแกนนำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการปรับทัศนคติ การเรียนรู้จากมืออาชีพในการถ่ายทอด ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งสภาพแวดล้อมการเรียนรู้  โดยจังหวัดพิษณุโลก ส่งแกนนำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงไปอบรมเตรียมความพร้อมการดำเนินงานหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ที่ ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี ของอาจารย์วิวัฒน์  ศัลยกำธร  เนื่องจากเป็นศูนย์ฝึกอบรมฯ ที่สามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติ สร้างความเข้าใจการดำเนินชีวิตดัวยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอย่างดี ส่งผลให้การขับเคลื่อนงานกิจกรรมต่าง ๆ ที่สนับสนุนต่อมาและการพัฒนาตนเอง เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้น
                2.3 การถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้ ในเวทีที่ประชุมประจำเดือน
         เมื่อแกนนำ กลับจาก“อบรมแกนนำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง” ให้นำความรู้ที่ได้รับมาแลกเปลี่ยนให้กับคนในหมู่บ้าน โดยให้นำเสนอสิ่งที่ถูกใจมากที่สุด  กำหนดประเด็นให้ชัดเจนว่า เรื่องอะไร  อย่างไร   ส่งผลให้ประชาชนในหมู่บ้านเกิดความสนใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน  และเป็นการสร้างความภาคภูมิใจแก่ผู้นำเสนอและฝึกการกล้าแสดงออกในที่ประชุมของแกนนำ ด้วย

3.การส่งเสริมครอบครัวพัฒนา
               3.1 การคัดเลือกครอบครัวพัฒนา    เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งในการก้าวสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหมู่บ้าน นอกจากการคัดเลือกครอบครัวที่มีความพร้อม สมัครใจ มีกิจกรรมที่เป็นต้นแบบ ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรม มีจิตอาสา  แล้ง ต้องทำความเข้าใจถึงภารกิจที่ต้องดำเนินการให้ชัดเจน โดยเฉพาะการศึกษาเพิ่มเติม การแบ่งปันความรู้ การขยายผลสู่ครอบครัวอื่น ๆ
               3.2 การให้ครอบครัวพัฒนา มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนที่ดำเนินการ ตั้งแต่คิด วางแผน ดำเนินการ นำเสนอผล  จะทำให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรม และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของกิจกรรมต่าง ๆ
               3.3 การค้นหา ขยายผลครอบครัวพัฒนาในหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงให้เพิ่มขึ้นหรือครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน เป็นเรื่องที่ไม่ได้ทำได้ทุกครอบครัว    วิธีการหนึ่ง คือการให้รางวัลตอบแทนแก่ครอบครัวพัฒนาต้นแบบในการค้นหา ชักชวนครัวเรือนอื่น ๆ มาร่วมเป็นครอบครัวพัฒนา  เช่นมอบหมาย 1 / 5-10 ครัวเรือน  ส่วนสิ่งของตอบแทน ประสาน/หารือกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตสนับสนุนทุนสาธารณะประโยชน์ จัดหาเป็นเมล็ดพันธุ์พืช สิ่งของจำเป็นเช่นน้ำยาเอนกประสงค์  ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สารไล่แมลงเป็นต้น  วิธีนี้สามารถขยายผลครอบครัวพัฒนามากกว่าปีละ 30 ครอบครัว
               3.4 การกำหนดเป้าหมายในการขยายผลครอบครัวพัฒนา จะช่วยให้การส่งเสริมการดำเนินชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงเกิดการขยายผลสู่ครอบครัวอื่น ๆ ได้มากยิ่งขึ้น  โดยกำหนดให้ชัดเจนว่า ครอบครัวพัฒนา 1 ครอบครัว มีเป้าหมายส่งเสริม สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ครอบครัวอื่น ๆ จำนวนเท่าใด
               3.5 ยกย่อง เชิดชูเกียรติ แก่ครอบครัวพัฒนา เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง โดยการกำหนดให้ครอบครัวพัฒนา นำเสนอสิ่งที่ตนเองเข้าใจ และปฏิบัติ ให้คนในชุมชนฟังในเวทีประชุมประจำเดือน  เล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ สร้างความภูมิใจ และอยากที่จะทำสิ่งดี ๆ อย่างต่อเนื่อง 
                3.6 ค้นหาวิทยากรในชุมชน เพื่อแบ่งปันความรู้ ขยายผลการดำเนินวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงให้ มากขึ้น การสร้างผู้ถ่ายทอดให้มากขึ้นจะช่วยให้การพัฒนาเร็วขึ้น ดังนั้น การสร้าง ค้นหาจึงเป็นสิ่งจำเป็นอีกประการหนึ่ง  เมื่อค้นหาผู้รู้ได้แล้ว ต้องสร้างโอกาส โดยให้โอกาสในการถ่ายทอดความรู้ในเวทีประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน
         
4.กิจกรรมสาธิตการดำเนินชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
           การวิเคราะห์ตนเอง โดยใช้ “โอ่งชีวิต” จะช่วยให้เห็นภาพของแต่ละครอบครัว ถึงสถานการณ์การดำเนินชีวิตของแต่ละครอบครัว  ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จะช่วยให้การกำหนดแผนพัฒนาตนเองชัดเจนมากยิ่งขึ้น แล้วนำรู้รั่วของแต่ละครอบครัวมาวิเคราะห์เป็นภาพรวมของหมู่บ้าน   จะได้สิ่งที่หมู่บ้านต้องพัฒนาร่วมกัน เป็นกิจกรรมสาธิต ฯ

5.การติดตามผลการดำเนินงาน
               5.1 แกนนำและเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ต้องติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงแรก  ที่เข้าส่งเสริมกิจกรรมนี้  ต้องมีแผนการร่วมกิจกรรมชัดเจน  เพื่อคอยให้กำลังใจ เป็นที่ปรึกษา  จะสร้างความมั่นใจ ศรัทธาแก่ผู้นำ และประชาชนได้เป็นอย่างดี
               5.2 การนำเสนอผลความสำเร็จแต่ละกิจกรรม หรือผลงานของครอบครัวพัฒนา  “ฟ้องด้วยภาพ” โดยนำเสนอในเวทีประชุมประจำเดือน  จะช่วยให้ผู้ร่วมกิจกรรมเกิดความภาคภูมิใจ ในสิ่งที่ได้ลงมือปฏิบัติ ส่งผลต่อความร่วมมือในครั้งต่อ ๆ ไป
6.การประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน
               6.1 นำเรื่องการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เข้าที่ประชุมประจำเดือนของหมู่บ้านทุกเดือน  การชี้แจงผ่านหอกระจายข่าวทุกวัน  จะช่วยให้กระแสการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเกิดความตื่นตัว และให้ความร่วมมือมากยิ่งขึ้น


หน่วยงานสังเคราะห์องค์ความรู้ : สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลก 

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โครงการเว็บไซต์หมู่บ้านไทย : นายธวัช พะโยม นว.พช.ชำนาญการ สพจ.พิษณุโลก



โครงการเว็บไซต์หมู่บ้านไทย

หลักการ/แนวคิด
ตามที่กรมการพัฒนาชุมชน ให้ทุกจังหวัดจัดทำเว็บไซต์หมู่บ้านไทย ในปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมด้านการพัฒนาหมู่บ้านใน ๔ ประเภท คือ
๑.    หมู่บ้านท่องเที่ยว
๒.    หมู่บ้านภูมิปัญญาและผลิตภัณฑ์ชุมชน
๓.    หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง
๔.    หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้
กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานในปี ๒๕๕๑ อำเภอละ ๑ หมู่บ้าน และปี ๒๕๕๒ อำเภอละ ๒ หมู่บ้าน
โดยศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน ได้ให้บริการพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์หมู่บ้านไทย (moobanthai.com) ในทุกจังหวัด รวม ๘๗๖ อำเภอ ๆ ละ ๓ หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น ๒,๖๒๘ หมู่บ้าน ทำให้การทำงานของระบบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเกิดความล่าช้าในการอัพโหลดและดาวน์โหลดเว็บไซต์หมู่บ้านไทย ทำให้เป็นปัญหาในการให้บริการพื้นที่เว็บไซต์ จึงไม่ได้ดำเนินการต่อในปี ๒๕๕๓
จากการดำเนินการจัดทำเว็บไซต์หมู่บ้านไทยดังกล่าว ทำให้หมู่บ้านได้มีโอกาสในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ความโดดเด่นของการพัฒนาหมู่บ้าน รวมทั้งการขับเคลื่อนกิจกรรมงานพัฒนาชุมชนในระดับพื้นที่โดยเฉพาะหมู่บ้านที่เป็นเป้าหมายและประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานพัฒนาหมู่บ้าน จนสามารถเป็นแบบอย่างในการดำเนินงานให้กับหมู่บ้านอื่นได้

เทคนิค/วิธีการ
การศึกษาค้นคว้าวิธีการและแนวทางในการจัดหาเว็บเซิฟเวอร์เพื่อให้บริการพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์หมู่บ้าน ซึ่งจากการศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากเอกสารตำราและเว็บไซต์ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างเว็บบล็อกด้วยโปรแกรม Wordpress จึงพบว่า มีเว็บไซต์ที่ให้บริการลงทะเบียนพื้นที่ในการสร้างเว็บบล็อกด้วยโปรแกรม Wordpress โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยให้ขนาดพื้นที่ในการสร้างเว็บไซต์จำนวน ๕ กิกกะไบท์ และไม่มีวันหมดอายุ คือเว็บไซต์ Wordpress.com  

ซึ่งเป็นช่องทางและวิธีการที่สามารถนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานได้เป็นอย่างดียิ่ง รวมทั้งเป็นการประหยัดงบประมาณของทางราชการได้เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งได้จัดทำคู่มือการจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์หมู่บ้านให้ดาวน์โหลดผ่านทางเว็บไซต์หมู่บ้านไทยพิษณุโลก http://moobanthai.wordpress.com  

และเว็บไซต์กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดพิษณุโลก http://queenfundplk.wordpress.com
 
จังหวัดพิษณุโลก ได้นำช่องทางและวิธีการสร้างเว็บบล็อกด้วยการลงทะเบียนขอใช้บริการผ่านทางเว็บไซต์ของ Wordpress.com มาใช้ประโยชน์ในการดำเนินการจัดทำเว็บไซต์หมู่บ้านไทย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ดังนี้
·         ปี ๒๕๕๓ เป้าหมายหมู่บ้านที่มีความโดดเด่นใน ๔ ประเภท จำนวน ๑๐ หมู่บ้าน
·         ยกเว้นปี ๒๕๕๔ ได้ประสานขอใช้บริการพื้นที่จากศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน (moobanthai.com) เป้าหมาย “หนึ่งพัฒนากร : หนึ่งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง” จำนวน ๕๓ หมู่บ้าน ปีต่อมาไม่สามารถเข้าดูเว็บไซต์ได้อีกเนื่องจากมีการปิดการให้บริการ
·         ปี ๒๕๕๕ เป้าหมายหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จำนวน ๑๑ หมู่บ้าน
·         ปี ๒๕๕๖ เป้าหมายดำเนินการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน จำนวน ๕๑ หมู่บ้าน
·         ปี ๒๕๕๗ เป้าหมายดำเนินการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ตามโครงการริเริ่มสร้างสรรค์ : โครงการแม่บ้านสามห่วง จำนวน ๖๐ หมู่บ้าน
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน :
๑.         เสนอขออนุมัติโครงการเว็บไซต์หมู่บ้านไทย
๒.         จังหวัดแต่งตั้งคณะทำงานบริหารการจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์หมู่บ้านไทย ระดับจังหวัด และคณะทำงานติดตาม สนับสนุนการจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์หมู่บ้านไทย ระดับจังหวัด
๓.         จัดทำแนวทาง/แผนการดำเนินงานโครงการฯ/องค์ประกอบของเว็บไซต์หมู่บ้าน/แบบรายงาน
๔.         จัดทำคู่มือการจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์หมู่บ้าน
๕.         พิจารณาคัดเลือกพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมาย
๖.         อำเภอแต่งตั้งคณะทำงานจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์หมู่บ้านไทย ระดับอำเภอ และคณะทำงานจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์ระดับหมู่บ้าน
๗.         จังหวัดประชุมชี้แจงแนวทาง/แผนการดำเนินงานโครงการฯ และฝึกอบรมการจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์หมู่บ้าน แก่พัฒนากร
๘.         อำเภอประชุมชี้แจงแนวทาง/แผนการดำเนินงานโครงการฯ แก่คณะทำงานจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์ ระดับหมู่บ้าน และมอบภารกิจให้ไปดำเนินการจัดเก็บ และรวบรวมข้อมูลหมู่บ้านตามองค์ประกอบของเว็บไซต์
 ๙.         พัฒนากรประสานข้อมูลกับคณะทำงานจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์ระดับหมู่บ้าน เพื่อตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้อง
๑๐.    ดำเนินการจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์หมู่บ้านเป้าหมายของตนเอง
๑๑.    อำเภอรายงานผลการดำเนินงานให้จังหวัดทราบตามแบบรายงานและระยะเวลาที่กำหนด
๑๒.    คณะทำงานติดตาม สนับสนุนฯ ระดับจังหวัด ออกติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานโครงการฯ ให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงาน
๑๓.    สรุปประเมินผลการดำเนินงาน
๑๔.    ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์หมู่บ้านไทย ในที่ประชุมระดับจังหวัด/อำเภอ/ตำบล/หมู่บ้าน
งบประมาณ : ไม่ใช้งบประมาณ
สรุปผลสำเร็จของงาน :
๑.         พัฒนากรมีทักษะด้านการจัดทำและปรับปรุงเว็บไซต์หมู่บ้านตามเป้าหมาย
๒.         หมู่บ้านมีเว็บไซต์ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมโดดเด่นและกิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน
การนำไปใช้ประโยชน์ :
๑.         สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำเว็บไซต์หมู่บ้านในพื้นที่จังหวัดอื่น ๆ ได้ตามต้องการ
๒.         สามารถใช้เป็นช่องทางในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้เป็นอย่างดี
๓.         สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามผลการขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านสำหรับผู้บริหาร แบบ Online Real Time
๔.         ประชาชนทั่วไปสามารถใช้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้กิจกรรมการพัฒนาหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี

เจ้าของความรู้ : นายธวัช  พะโยม
ตำแหน่ง : นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สถานที่ติดต่อ : กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลก
โทรศัพท์ : 08-6936-9991 /E-mail : dome.go.th@gmail.com /Line ID : dome.cdd.go.th

การพัฒนาระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก แบบ Online Real Time : นายธวัช พะโยม นว.พช.ชำนาญการ สพจ.พิษณุโลก



การพัฒนาระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก แบบ Online Real Time
หลักการ/แนวคิด
การบริหารงานภายในองค์กรและหน่วยงานทั้งในเรื่องของบุคลากร แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม งบประมาณ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายการดำเนินงาน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระบบการติดตามตรวจสอบรายงานผล เพื่อให้ผู้บริหารได้รับทราบปัญหา/อุปสรรค และผลการดำเนินงาน
จากผลการทบทวนการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ที่ผ่านมาพบว่า เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการรายงานของ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอบางแห่งยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการส่งรายงานทั้งในเรื่องการส่งตามระยะเวลาที่กำหนด ความถูกต้องครบถ้วน จึงทำให้การสรุปรายงานผลของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดขาดความถูกต้องครบถ้วน ล่าช้าไม่ทันตามกำหนด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลก จึงได้ออกแบบและสรุปผลการส่งรายงานโดยมีค่าคะแนนแต่ละระดับ ดังนี้ ทัน = ๑ ไม่ทัน = ๐ ไม่ครบ = ๐ ไม่ถูก = ๐ ไม่ส่ง = (-๑) โดยนักวิชาการพัฒนาชุมชน ที่รับผิดชอบงานติดตาม ทำหน้าที่ประสานงานกับ เจ้าหน้าที่และนักวิชาการพัฒนาชุมชน ของทุกกลุ่มงาน/ฝ่าย เพื่อขอผลคะแนน การส่งรายงาน แล้วมาพิมพ์สรุปเป็นเอกสาร เพื่อนำเสนอผลในการประชุมหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย พัฒนาการอำเภอ และนักวิชาการพัฒนาชุมชน เป็นประจำทุกเดือน
จากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้เป็นภาระกับนักวิชาการพัฒนาชุมชน ผู้ทำหน้าที่ประสานงาน และสรุปผล เนื่องจากบางครั้งเจ้าหน้าที่และนักวิชาการพัฒนาชุมชน แต่ละคนต่างมีภารกิจหน้าที่ของตนเองจึงอยู่ไม่พร้อมเพรียงกัน ทำให้สรุปผลได้ไม่ครบทุกรายงาน และอาจมีการผิดพลาดได้ ทำให้มีการทักท้วงจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ อยู่บ่อยครั้ง
เพื่อให้การส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ มีประสิทธิภาพสามารถติดตามตรวจสอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ทุกเวลา จึงได้พัฒนาระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก แบบ Online Real Time ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน 
ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ จึงได้มีการทบทวนและปรับปรุงค่าคะแนนการส่งรายงานใหม่เป็น ๕ ระดับ คือ
๑.      ไม่ส่ง (มส) หมายถึง -๒ คะแนน
๒.      ไม่ทัน&ไม่ถูก (มม) หมายถึง ๐ คะแนน
๓.      ไม่ทัน&ถูก (มถ) หมายถึง ๓ คะแนน
๔.      ทัน&ไม่ถูก (ทม) หมายถึง ๔ คะแนน
๕.      ทัน&ถูก (ทถ) หมายถึง ๕ คะแนน
เทคนิค/วิธีการ
๑.         การศึกษาค้นคว้าหาความรู้ และวิธีการเขียนโปรแกรมด้วยคำสั่ง PHP ในการเชื่อมต่อระบบฐานข้อมูล MySQL บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ด้วยตนเอง จากเอกสารตำราคู่มือที่มีจำหน่วยตามร้านหนังสือทั่วไป และวิธีการที่มีการโพสต์เพื่อแชร์ความรู้ผ่านทางเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อพัฒนาโปรแกรมระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก แบบ Online Real Time
๒.         กำหนดสิทธ์เฉพาะเจ้าหน้าที่และนักวิชาการพัฒนาชุมชน ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เป็นรายบุคคล ในการทำหน้าที่เข้าสู่ระบบผ่านทางเว็บไซต์ http://phitsanulok.cdd.go.th/report เพื่อเพิ่ม/แก้ไขเรื่องรายงานและกำหนดการส่ง ในความรับผิดชอบของตนเอง พร้อมทั้งการอัพเดทผลการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอได้ตลอดเวลา
๓.         เจ้าหน้าที่และบุคคลทั่วไปสามารถเรียกดูสรุปการรับ-ส่งรายงานได้ ทั้งรายเดือน/รายรายไตรมาส/ราย ๖ เดือน/และรายปี ของระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก แบบ Online Real Time ผ่านทางเว็บไซต์ http://phitsanulok.cdd.go.th/report
กระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน :
๑.         ออกแบบสรุปผลการส่งรายงานพร้อมกำหนดค่าคะแนน
๒.         นำเสนอความเห็นชอบและขอมติที่ประชุมหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย พัฒนาการอำเภอ และนักวิชาการพัฒนาชุมชน
๓.         พัฒนาโปรแกรมระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก แบบ Online Real Time พร้อมเมนูดาวน์โหลดคู่มือการใช้งาน
๔.         ประชุมชี้แจงวิธีการและแนวทางการใช้งานของระบบฯ ในที่ประชุมหัวหน้ากลุ่ม/ฝ่าย พัฒนาการอำเภอ และนักวิชาการพัฒนาชุมชน
๕.         ดำเนินการใช้ระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก
๖.         สรุปประเมินผลการดำเนินงาน
งบประมาณ : ไม่ใช้งบประมาณ
สรุปผลสำเร็จของงาน :
๑.         มีระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัดพิษณุโลก จำนวน ๑ ระบบ
๒.         ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ให้ความสำคัญและมีการตรวจสอบผลการส่งรายงานเพิ่มมากขึ้น
การนำไปใช้ประโยชน์ :
๑.         ทุกหน่วยงานสามารถศึกษาเทคนิค/วิธีการ และกระบวนการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบติดตามตรวจสอบการส่งรายงานฯ ของหน่วยงานได้เป็นอย่างดียิ่ง
๒.         ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกคน สามารถติดตามและตรวจสอบผลการส่งรายงานฯ ได้ตลอดเวลา
๓.         สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลก ยังมีการใช้ระบบฯ จนถึงปัจจุบัน


เจ้าของความรู้ : นายธวัช  พะโยม
ตำแหน่ง : นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
สถานที่ติดต่อ : กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพิษณุโลก
โทรศัพท์ : 08-6936-9991 /E-mail : dome.go.th@gmail.com /Line ID : dome.cdd.go.th